
“การพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร”
ในประมวลกฎหมายอาญาของไทย ได้กำหนดความผิดเกี่ยวกับเพศไว้หลายมาตรา หนึ่งในนั้นคือความผิดตาม มาตรา 282 ซึ่งบัญญัติถึงการ “พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร” ว่าเป็นการกระทำผิดอาญาร้ายแรง โดยการกระทำเช่นนี้หมายถึง การพาบุคคลใดไปยังสถานที่หนึ่ง โดยมีเจตนาให้เกิดการกระทำอนาจารต่อบุคคลนั้น ไม่ว่าจะด้วยความยินยอมหรือไม่ก็ตาม
ไม่ว่าผู้ถูกพาไปจะเต็มใจหรือถูกหลอกลวง หากมีเจตนาเพื่อให้เกิดการอนาจาร หรือช่วยเหลือให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว ผู้กระทำก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที
ตัวอย่างเช่น
-
พาเด็กหรือเยาวชนไปที่ห้องพักเพื่อให้บุคคลอื่นกระทำอนาจาร
-
พาเพื่อนไปพบชายอื่นโดยมีเจตนาให้เกิดการลวนลาม
-
พาบุคคลที่เมาไม่ได้สติไปยังสถานที่ลับตาเพื่อให้เกิดการกระทำทางเพศ
นิยามคำว่า “อนาจาร” ตามกฎหมายไทย
คำว่า “อนาจาร” หมายถึง การกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ทั้งต่อหน้าบุคคลทั่วไปหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยทำให้เกิดความรังเกียจ ละอาย หรือไม่เหมาะสมทางเพศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการร่วมประเวณี แต่รวมถึงการลวนลาม การสัมผัสร่างกายในลักษณะที่ส่อไปทางเพศ หรือการกระทำใดๆ ที่มีลักษณะทางเพศอันผิดธรรมเนียมปฏิบัติ
ความผิดตามมาตรา 283 ทวิ
องค์ประกอบ
พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ผมาตรา 283 ทวิ วรรคแรก) ถ้าเป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ต้องระวางโทษตามมาตรา 283 ทวิ วรรคสอง
ผู้ที่ซ่อนเร้นบุคคลที่ถูกพาไปตามวรรคแรกหรือวรรคสอง ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคแรกหรือวรรคสอง (มาตรา 283ทวิ วรรคสาม)
ความผิดตามวรรคแรกและวรรคสามเฉพาะกรณีที่กระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี เป็นความผิดอันยอมความได้ (มาตรา 283ทวิ วรรคสี่)
ความผิดตามมาตรา 284
องค์ประกอบ
พาผู้อื่น ไปเพื่ออนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด (มาตรา284 วรรคแรก)
ผู้ที่ซ่อนเร้นบุคคลที่ถูกพาไปต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พาไป (มาตรา 284 วรรคสอง)
ความผิดตามมาตรานี้ เป็นความผิดอันยอมความได้ (มาตรา 284 วรรคท้าย)
ข้อสังเกต
- ความผิดตามาตรา 283 ทวิ และมาตรา 284 เป็นการพาผู้อื่น ไปเพื่อการอนาจารซึ่งอาจเป็นหญิงหรือชายก็ได้
- การพาผู้อื่น ไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 283ทวิ และมาตรา 284 นั้น ต้องเป็นการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของตนเองหรือผู้ร่วมกระทำความผิด ถ้าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นย่อมเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 282,283 แล้วแต่กรณี แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 283 ทวิ และมาตรา 284
ตัวอย่าง
ฎีกาที่ 1766/2558
แม้ในตอนแรก ต. จะเป็นคนพา ผู้เสียหายที่ 2ไปที่ห้องน้ำแต่ขณะจำเลยจะเข้าไปข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหายที่ 2 วิ่งหนีออกจากห้องน้ำเพราะคาดเดาได้ว่า จำเลยจะมาข่มขืนกระทำชำเราซึ่งผู้เสียหายที่ 2 ไม่ยินยอม จำเลยตามไปฉุดกระชากตัวผู้เสียหายที่ 2 กลับมาและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 ในห้องน้ำที่เกิดเหตุ จึงเป็นการพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 283 ทวิ วรรคสอง เมื่อขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 2 ยังอยู่ในความปกครองดูแลของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นมารดา การที่จำเลยฉุดกระชากผู้เสียหายที่ 2 ไปข่มขืนกระทำชำเราในห้องน้ำ ย่อมเป็นการกระทบกระเทือนต่ออำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 1เพราะเป็นการแยกสิทธิปกครองของผู้เสียหายที่ 1 ในการควบคุมดูแลผู้เสียหายที่ 2 โดยปราศจากเหตุอันสมควร อันเป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจารตาม ป.อ.มาตรา 317 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่ง
