สัญญา : การก่อให้เกิดสัญญา

สัญญา

สัญญา : การก่อให้เกิดสัญญ า

สัญญ าจะเกิดขึ้นได้เมื่อคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกันทุกประการ จึงจะเป็นนิติกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาของบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้แสดงเจตนาเป็นคนเสนอ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้แสดงเจตนาเป็นคำสนอง

ตัวอย่าง ฏีกา

ฏีกาที่ 1983/2564

โจทก์ยื่นใบสมัครงานต่อจำเลยและใบสมัครงานระบุตำแหน่งที่สมัครคือ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและระบุเงินเดือนที่โจทก์ต้องการ ใบสมัครงานเป็นการแสดงเจตนาทำคำเสนอ เพื่อให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เมื่อโจทก์ผ่านการสัมภาษณ์รอบแรกและทำแบบทดสอบเสร็จแล้วโจทก์เข้าไปที่ห้องสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งมี ภ. กับผู้จัดการโรงงานในเครือของจำเลยเข้ารับฟังอยู่ด้วย จนกระทั้ง ภ. เป็นผู้เขียนข้อความในใบสมัครของโจทก์ด้วยตนเอง ระบุรายละเอียดเรื่องตำแหน่งงาน อัตราจ้าง ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วนที่เอาใบเสร็จมาเบิกตามจริง ค่าโทรศัพท์ ค่าสึกหรอกรณีโจทก์ใช้รถยนต์ส่วนตัวและวันเริ่มทำงาน ทั้งมีการลงลายมือชื่อ ภ. กรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยในช่องผู้มีอำนาจอนุมัติ แสดงว่าจำเลยสนองรับโจทก์เข้าทำงานและตกลงจะให้สินจ้างตลอดระยะเวลาการทำงานให้แก่โจทก์แล้ว ถือได้ว่าเป็นคำสนองของจำเลยที่ถูกต้องตรงกับคำเสนอของโจทก์อันก่อให้เกิดสัญ ญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยและมีผลบังคับตั้งแต่วันที่จำเลยสัมภาษณ์งานโจทก์แล้ว ส่วนการมอบหมายงานให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างเป็นเพียงรายละเอียดของการทำงาน หาใช่ว่าเมื่อคู่สั ญญาฝ่ายหนึ่งยังไม่ตกลงมอบหมายงานให้แก่คู่สัญญ าอีกฝ่ายหนึ่งแล้วสัญญ าจ้างแรงงานจะไม่เกิดขึ้น เพราะไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงคำเสนอของโจทก์และคำสนองรับของจำเลยที่ถูกต้องตรงกันมาแล้ว

 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top