กู้ยืมเงิน: สัญญากู้ยืมสมบูรณ์เมื่อส่งมอบเงิน

กู้ยืมเงิน
กู้ ยืมเงิน

กู้ยืมเงิน

เนื่องจากการกู้ ยืมเงินเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองอย่างหนึ่ง จึงต้องยึดถือหลักตามมาตรา 650 วรรคสอง ว่า สัญญากู้ ยืมเงินย่อมบริบูรณ์เมื่อส่ง มอบเงินที่กู้ยืม การส่งมอบ เงินที่กู้ยืม อาจส่งมอบภายหลังทำสัญญากู้ ยืมเงินก็ได้  ดูฏีกา 4684/2536 หากมีการส่งมอบ เงินกู้ที่ไม่ครบถ้วนตามสัญญากู้หนี้เงินกู้ก็บริบูรณ์เพียงเท่าที่ผู้ให้กู้ส่งมอบเท่านั้น ผู้กู้ต้องรับผิดเพียงเท่าที่ส่งมอบ

ฏีกา 4684/2536

ก่อนที่โจทก์จะทำสัญญาค้ำประกันการกู้เงินของจำเลยที่ 1 ต่อธนาคาร โจทก์ได้ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ ยืมเงินให้แก่โจทก์จำนวน 80,000 บาท เพื่อเป็นประกันดังกล่าว แม้ขณะนั้นสัญญากู้เงินยังไม่บริบูรณ์ตาม มาตรา 650 วรรคสอง แต่ก่อนฟ้องคดี ธนาคารได้หักบัญชีเงินฝากของโจทก์ชำระหนี้จำเลยที่ 1 ไปแล้วเท่าจำนวนเงินตามสัญญากู้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับเงินตามสัญญากู้นับแต่ธนาคารได้หักเงินของโจทก์ชำระหนี้ของจำเลยที่1 สัญญากู้จึงบริบูรณ์ใช้บังคับกันได้ตามกฎหมาย

ฏีกา 8076/2556

ทำสัญญากู้ระบุจำนวน 700,000 บาท แต่ผู้ให้กู้มอบเงินให้เพียง430,000 บาท เป็นเพียงการทำให้จำนวนหนี้ในสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ ไม่ทำให้เป็นสัญญาปลอม ผู้ให้กู้อาศัยสัญญาดังกล่าวฟ้องเรียกเงินกู้ 430,000 บาท ได้

การทำสัญญา กู้ยืมอย่างถูกต้อง

เพื่อให้สัญญา กู้ยืมมีผลบังคับตามกฎหมายและสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ แนะนำให้ดำเนินการดังนี้:

  1. ทำเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษร โดยระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น

    • ชื่อผู้กู้ ผู้ให้กู้

    • จำนวนเงิน

    • วันส่งมอบเงิน

    • วันครบกำหนดชำระหนี้

    • อัตราดอกเบี้ย (ถ้ามี)

    • พยานลงลายมือชื่อ

  2. เก็บหลักฐานการโอนเงินหรือส่งมอบ เงินไว้ เช่น ใบโอนเงิน สำเนาแชต

  3. ไม่ควรอาศัยความไว้ใจอย่างเดียว โดยเฉพาะในกรณีที่จำนวนเงินสูง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top