ฉ้อโกงในชีวิตประจำวัน: ตัวอย่างจริงกับมุมมองทางกฎหมาย

ฉ้อโกง
waltz attorney

รู้จัก “ฉ้อโกง” คืออะไร?

ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 กำหนดว่า

“ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อ โกง”

องค์ประกอบ

  1. โดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง
  2. โดยการหลอกลวงเช่นว่านั้น ได้ทรัพย์สินไปจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ

ตัวอย่างคดีที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน

1. ขายสินค้าออนไลน์

กรณีผู้เสียหายโอนเงินไปซื้อสินค้า เช่น โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าแบรนด์เนม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วไม่ได้รับของ ผู้ขายติดต่อไม่ได้ หรือปิดบัญชีหนี กรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในสังคมออนไลน์ และสามารถแจ้งความได้ทันที

2. หลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่

มีผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุนโดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง เช่น 10% ต่อเดือน เมื่อมีการโอนเงินเข้าระบบแล้วกลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลง ผู้ชักชวนติดต่อไม่ได้

3. ด้วยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่

ผู้กระทำอาจโทรศัพท์หรือส่งข้อความแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศาล ธนาคาร หรือไปรษณีย์ หลอกขอรหัส OTP หรือข้อมูลบัตรเครดิต แล้วนำไปใช้โดยมิชอบ

4. หลอกยืมเงินแล้วไม่คืน

ในกรณีที่ผู้กระทำแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เช่น อ้างว่าจำเป็นต้องใช้เงินด่วนและจะคืนแน่นอน แต่ความจริงไม่มีเจตนาคืนตั้งแต่ต้น เมื่อได้เงินแล้วกลับหลบหนีหรือปิดช่องทางการติดต่อ


ฉ้อ โกง VS หนี้สินทั่วไป แยกอย่างไร?

  • หากคู่กรณี มีเจตนาชำระหนี้แต่ภายหลังไม่มีความสามารถ แบบนี้อาจเป็นแค่หนี้แพ่ง

  • แต่หากคู่กรณี ไม่มีเจตนาจะคืนเงินตั้งแต่แรก เช่น หลอกให้โอนเงินแล้วหนี ถือว่าเข้าข่ายฉ้อ โกง ซึ่งเป็นคดีอาญา


เมื่อถูกฉ้อ โกง ต้องทำอย่างไร?

  1. รวบรวมหลักฐาน
    เช่น ข้อความแชท สลิปโอนเงิน ชื่อบัญชีปลายทาง ภาพถ่าย การพูดคุย หรือโฆษณาในโพสต์ต่าง ๆ

  2. แจ้งความร้องทุกข์
    สามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง หรือแจ้งผ่านออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com โดยแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วน

  3. ดำเนินคดีอาญา และ/หรือฟ้องแพ่งเรียกคืนทรัพย์
    ทนายความสามารถช่วยฟ้องคดีอาญาเพื่อให้ผู้กระทำได้รับโทษ และฟ้องแพ่งเรียกคืนทรัพย์หรือค่าเสียหายที่เสียไป

  4. หากเป็นคดีฉ้อ โกงออนไลน์
    แจ้งเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PCT)


สิทธิของผู้เสียหาย

ผู้เสียหายมีสิทธิตามกฎหมายที่จะ:

  • แจ้งความดำเนินคดีอาญา

  • ขอให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียก/หมายจับ

  • ฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกเงินคืน

  • ขออายัดบัญชีของผู้กระทำความผิด

  • ร้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนคุ้มครองสิทธิ หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง


มุมมองทางกฎหมาย: เจตนาและพฤติการณ์คือหัวใจ

ศาลจะพิจารณาโดยดู เจตนา และ พฤติการณ์แวดล้อม ว่าผู้กระทำมีเจตนาทุจริตตั้งแต่ต้นหรือไม่ เช่น มีการวางแผนหลอก มีการปกปิดข้อเท็จจริง หรือทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและเสียทรัพย์ หากพบว่ามีเจตนาเหล่านี้ชัดเจน ก็จะถือว่าผิดฐานฉ้อ โกง


บทบาทของทนายความ

การมีทนายความที่เชี่ยวชาญช่วยให้ดำเนินการฟ้องร้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในการรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมคำฟ้อง เจรจา หรือเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยในบางกรณี

สำนักงานกฎหมาย วอลซ์ แอทเทอนี มีทีมทนายความผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินคดี ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแจ้งความจนถึงการบังคับคดี

ตัวอย่างฎีกา

ฎีกา 2679/2559

ขณะจำเลยที่ 1 ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเสนอขายข้าวสารโดยอ้างว่าเป็นของบริษัท ด. จำเลยที่ 1 รู้ดีอยู่แล้วว่า ไม่มีบริษัทอยู่จริง การที่จำเลยที่ 1 บอกโจทก์ร่วมว่า มีข้าวสารของบริษัท ด. ขายให้ในราคาถูกจึงเป็นการหลอกลวงโจทก์ร่วมให้หลงเชื่อ เมื่อมีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 1 เพื่อชำระค่าข้าวสารและจำเลยที่ 1 รับค่าข้าวสารด้วยตนเองด้วยจำนวนหนึ่ง แสดงว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมให้หลงเชื่อเพื่อให้ได้รับเงินค่าข้าวสารจากโจทก์ร่วม เป็นความผิดฐานฉ้อโกง


Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top