
การทำละเมิดร่วมกัน ม.432
หลักเกณฑ์ บุคคลหลายคนก่อให้เกิดความเสียหาย แก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด บุคคลเหล่านั้นต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น แม้ไม่รู้ตัวได้แน่ว่าผู้ร่วมกันทำละเมิดคนใดก่อให้เกิดความเสียหายนั้นด้วย (มาตรา 432 วรรคหนึ่ง)
ผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการทำ ละเมิดให้ถือว่าเป็นผู้กระทำละเมิดร่วมกันด้วย (มาตรา432 วรรคสอง ) ระหว่างบุคคลที่ต้องร่วมกันใช้สินไหมทดแทนต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่ศาลจะวินิจฉัยเป็นประการอื่น (มาตรา 432 วรรคสาม)
ผู้ร่วมกันกระทำละเมิดต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหาย หมายถึงผู้เสียหายสามารถเรียกร้องให้ผู้กระทำละเมิดคนใดคนหนึ่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้อย่างสิ้นเชิง โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ละเมิดคนนั้นจะมีส่วนกระทำให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด ซึ่งมีฐานะเช่นเดียวกับลูกหนี้ร่วมตามหลักในมาตรา 291 ซึ่งหมายถึงความรับผิดระหว่างผู้ร่วม กันทำละเมิดกับผู้เสียหาย ส่วนตามบทบัญญัติมาตรา 432 วรรคสาม เป็นบทบัญญัติว่าด้วยความรับผิดในระหว่างผู้ทำละเมิดร่วมกัน ซึ่งต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆ กัน เว้นแต่ศาลจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ดังนั้นเมื่อผู้ทำละเมิดคนหนึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายไปแล้ว ก็มาฟ้องไล่เบี้ยให้ผู้ทำละเมิดคนอื่น ๆ รับผิดตามส่วนเท่าๆ กันได้
ฎีกา 2786/2529
จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องและได้ทรัพย์สินจากผู้เสียหายคิดเป็นเงิน 6,000 บาท กรณีต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 432 คำว่าร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนในมาตรานี้มีความหมายว่า แต่ละคนจะต้องชำระหนี้ทั้งหมดโดยสิ้นเชิงอันมีฐานะเช่นเดียวกับลูกหนี้ร่วม ศาลจึงมีอำนาจที่จะสั่งให้จำเลยคืนทรัพย์สินหรือใช้ราคา
