
สมัครใจวิวาท ไม่เป็นละเมิด: เข้าใจหลักกฎหมายและแนวคำพิพากษา /ฎีกา
ในการดำเนินคดีทางแพ่ง โดยเฉพาะในเรื่อง “ละ เมิด” หนึ่งในข้อยกเว้นที่มักสร้างความสงสัยให้แก่ประชาชนทั่วไปคือ “สมัคร ใจวิวาทไม่เป็นละ เมิด” คำนี้อาจฟังดูย้อนแย้ง เพราะเมื่อเกิดการทำร้ายร่างกายหรือวิวาท หลายคนมองว่าเป็นความผิดทางแพ่งทันที แต่ในความเป็นจริง หากคู่กรณียินยอมที่จะเข้าร่วมวิวาทกันโดยสมัคร ใจ ความรับผิดทางละ เมิดอาจไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นหลักการสำคัญใน ป.พ.พ. มาตรา 420 และมีการตีความในแนวฎีกาหลายฉบับ
สมัครใจวิวาท คืออะไร?
คือสถานการณ์ที่บุคคลสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายตกลงใจเข้าวิวาทกัน โดยทั้งสองฝ่ายต่างยินยอมที่จะใช้กำลังทำร้ายกัน เช่น การท้าต่อยกันโดยทั้งคู่ยอมรับ และไม่มีฝ่ายใดข่มขู่หรือบังคับอีกฝ่าย
ในกรณีเช่นนี้ หากเกิดความเสียหายจากการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายต่างยินยอม เช่น บาดเจ็บจากการต่อสู้ อาจไม่ถือว่าเป็น “การละ เมิด” เพราะถือว่าทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับความเสี่ยงร่วมกันแล้ว
ฐานทางกฎหมาย: มาตรา 420 แห่งป.พ.พ.
มาตรา 420 บัญญัติว่า
“ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ถือว่าเป็นผู้กระทำละ เมิด ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
แนวคำพิพากษา /ฎีกาที่สำคัญ
1. ฎีกาที่ 1662/2532
ในคดีนี้ จำเลยกับผู้เสียหายตกลงต่อสู้กันด้วยหมัด ไม่มีอาวุธ ไม่มีการใช้กำลังเกินเลย วินิจฉัยว่า เป็นการวิวาทโดยสมัคร ใจ และไม่เป็นการละ เมิด
2. ฎีกาที่ 595/2524
แม้ผู้เสียหายจะได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อปรากฏว่าฝ่ายผู้เสียหายเองก็ยอมเข้าร่วมต่อสู้ โดยมิได้ถูกบังคับหรือถูกทำร้ายฝ่ายเดียว ถือว่าเป็นการยินยอมให้เกิดความเสียหาย จึงไม่ให้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้
3. ฎีกาที่ 812/2545
กรณีที่มีการตกลงชกต่อยกัน และทั้งสองฝ่ายยอมรับผลของการต่อสู้ ถือว่าเป็นการยอมรับความเสี่ยง ไม่ใช่การกระทำละ เมิดเว้นแต่จะมีฝ่ายหนึ่งกระทำเกินขอบเขต เช่น ใช้อาวุธโดยอีกฝ่ายไม่รู้มาก่อน
กรณีที่ต่างฝ่ายต่างสมัคร ใจเข้าเสี่ยงภัย ยอมรับอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ตนจากการทะเลาะวิวาทนั้นถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำละ เมิดต่อกัน
ฏีกา 6679/2557, 7294/2556, 10294/2546
ฏีกา 6679/2557
คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีส่วนอาญาว่า ผู้ตายกับพวกและจำเลยที่ 1 กับพวกต่างสมัคร ใจเข้าเสี่ยงภัยยอมรับอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการวิวาทต่อสู้ทำร้ายกัน ผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในทางอาญา ไม่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งต่อจำเลยที่ 1 เพราะความยินยอมไม่ก่อให้เกิดละ เมิด จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครองจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสอง และกรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ที่จะนำมาอ้างเป็นเหตุมิให้ยกเว้นความรับผิดทางละ เมิด อันเป็นบทกฎหมายเฉพาะข้อสัญญาซึ่งเป็นนิติกรรมโดยตรง ที่มีต่อกันในทางธุรกรรมเกี่ยวกับอำนาจต่อรองในทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ศ.อุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ซึ่งเป็นคุณแก่โจทก์ทั้งสองอยู่แล้ว ศ.ฎีกาเห็นสมควรไม่หยิบยกขึ้นแก้ไข
