ค่าอุปการะเลี้ยงดู

ค่าอุปการะเลี้ยงดู

ค่าอุปการะเลี้ยงดู มาตรา1598/38-1598/40

ค่าอุปการะ เลี้ยงดูระหว่างสามีภรรยา หรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้น ย่อมเรียกจากกันได้ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะ เลี้ยงดูไม่ได้รับการอุปการะ เลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะ เลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะ เลี้ยงดูนี้ ศาลอาจจะให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้โดยคำนึงถึงความสามารถของผู็มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งกรณี (มาตรา 1598/38) เฉพาะค่าอุปการะ เลี้ยงดูระหว่างสามีภรรยาสามารถฟ้องร้องกันได้โดยไม่จำต้องฟ้องหย่า (ฎีกา 4959/2552)

ฎีกา 4959/2552

ป.พ.พ. มาตรา 1461 วรรคสอง และมา ตรา 1598/38 เป็นบทบัญญัติให้ความคุ้มครองแก่สามีหรือภรรยาโดยให้ฝ่ายที่ฐานะดีช่วยเหลืออุการะ เลี้ยงดูตามฐานะและความสามารถ ถ้าฝ่ายหนึ่งมีความสามารถที่จะอุปการะ เลี้ยงดูแล้วไม่อุปการะ เลี้ยงดู อีกฝ่ายย่อมมีสิทธิฟ้องหย่าได้ตามมาตรา 1516(6) แต่ถ้าไม่ประสงค์จะฟ้องหย่าก็ฟ้องขออุปการะ เลี้ยงดูได้ตามมา ตรา 1598/38 ในเมื่ออีกฝ่ายที่ควรได้รับไม่ได้รับการเลี้ยงดูตามอัตภาพ มิใช่เป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นเมื่อฟ้องหย่า

อำนาจศาลในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าอุปการะ เลี้ยงดู (มาตรา 1598/39 )

เมื่อผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแก้ไขค่าอุปการะ เลี้ยงดูโดยให้เพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะ เลี้ยงดูอีกก็ได้ แม้จะเป็นค่าอุปการะ เลี้ยงดูตามสัญญาต่อท้ายทะเบียนการหย่าก็ตาม (ฎีกา 4681/2552)

ฎีกา 4681/2552

ป.พ.พ.มาตรา1598/39 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อมีผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแก้ไขในเรื่องค่าอุปการะ เลี้ยงดูโดยให้เพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะ เลี้ยงดูอีกก็ได้ ดังนั้นแม้บันทึกท้ายทะเบียนการหย่าจะทำขึ้นโดยชอบด้วยความสมัครใจของคู่กรณี ถ้าต่อมาพฤติการณ์รายได้หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป ศาลก็มีอำนาจแก้ไขในเรื่องดังกล่าวได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว

ฎีกา 5550/2556

การอุปการะ เลี้ยงดูกันระหว่างสามีภรรยา เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องให้การอุปการะ เลี้ยงดูซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่ายตาม ป.พ.พ.มาตรา 1461 วรรคสอง ส่วนจะรับผิดมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับฐานะและความสามารถในการทำมาหาเลี้ยงชีพแต่ละฝ่าย แม้โจทก์ต้องเลี้ยงดูภรรยาใหม่และบุตรที่เกิดกับภรรยาใหม่ ก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อปฎิเสธหน้าที่ตามที่กำหมายกำหนดได้

จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะ เลี้ยงดูจนกว่าจำเลยจะสมรสใหม่ เมื่อศาลยกฟ้องโจทก์โดยมิได้พิพากษาให้หย่าขาดจากกัน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 กำหนดให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะ เลี้ยงดูจำเลยจนกว่าจำเลยจะสมรสใหม่ทำนองเดียวกับค่าอุปการะเลี้ยงชีพตาม ป.พ.พ.มาตรา 1528 ย่อมเป็นการไม่ชอบเนื่องจากค่าอุปการะ เลี้ยงดู ศาลมีอำนาจสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าพฤติการณ์ของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไปตาม ป.พ.พ.มา ตรา 1598/39

ฎีกา 7070/2560

จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ไปกระทำความผิดอาญาเอง จนต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก หาใช่เพราะโจทก์ไม่เป็นนายประกันทำให้จำเลยที่ 1 ต้องถูกคุมขังอันจะมีผลให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรไม่ แต่การที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังเป็นพฤติการณ์ที่แสดงถึงรายได้และฐานะของจำเลยที่ 1 ได้เปลี่ยนแปลงไปซึ่งศาลล่างทั้งสองได้พิจารณาและมีคำสั่งแก้ไขในเรื่องค่าอุปการะ เลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสามให้น้อยลง เป็นการชอบด้วย ป.พ.พ.มา ตรา 1598/39 แล้ว

ฎีกา 4791/2556

โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามบันทึกข้อตกลงในสำเนารายงานประจำวันว่าโจทก์จะไม่เรียกร้องค่าอุปการะ เลี้ยงดูจากจำเลยอีกซึ่งมีลักษณะเป็นการสละสิทธิที่จะเรียกค่าอุปการะ เลี้ยงดู ขัดต่อ ป.พ.พ.มา ตรา 1598/41 ข้อตกลงในส่วนนี้จึงใช้บังคับมิได้ จำเลยยังมีหน้าที่ต้องอุปการะ เลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสอง

 

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top